จากเกมสู่หนัง Sonic the Hedgehog (2020)

Sonic-Hedgehog

เมื่อตัวอย่างแรกของโซนิคออกมาในปี 2019 มันก็ได้กลายเป็นฝันร้ายของเหล่าแฟนเกมในทันที เมื่อการออกแบบของมันชวนสยองเสียเหลือเกิน ด้วยกระแสที่ตีกลับมากมายทำให้ทางค่ายหนังเข็นกลับเอาไปทำใหม่ โดยรอบนี้ให้ Tyson Hesse มารับหน้าที่ในการออกแบบแทน โดยการออกแบบครั้งใหม่ทำให้ทุกคนยอมรับว่านี่แหละทีเรียกว่าเจ้าเม่นโซนิคที่หลายคนต้องการ มันมีทั้งความ ‘เท่ห์’ และ ‘น่ารัก’ ในเวลาเดียวกัน

เนื้อเรื่องมีอยู่ว่าโซนิคของเราต้องวิ่งหนีองค์กรวายร้ายสุดไฮเทค ที่ตามล่าหวังจะเอาเขาไปทดลอง เพราะเขามีพลังในการวิ่งด้วยความเร็วสุดจนทะลุประตูมิติมายังโลกมนุษย์ ซึ่งภายหลังได้รู้ว่าอยู่ในเมืองกรีนฮิล เราพบว่าบุคลิกที่พูดเร็วของเขานั้น เป็นผลมาจากการอยู่อย่างความโดดเดี่ยวมานาน 10 ปี เพราะต้องคอยซ่อนจากชาวเมืองและคอยพูดคุยให้กำลังใจตัวเองอยู่คนเดียวเสมอ

Sonic-Hedgehog-pic

หลังจากที่เกิดไฟช็อตจนทำให้ไฟดับไปทั้งเมือง ทางรัฐบาลก็ได้ส่ง ดร.โรโบนิก (รับบทโดย จิม แครรี่) เพื่อตามหาสาเหตุที่เกิดขึ้น ส่วนทางโซนิคได้รวมทีมกับนายอำเภอทอม (รับบทโดย เจมส์ มารเดน) ทั้งสองได้ร่วมชะตากรรม และต่อสู้ไปพร้อมๆกันตลอดทั้งเรื่อง สำหรับใครที่คิดว่าจะได้พบกับเรื่องราวที่เหมือนกับในวีดีโอเกมทั้งหมด ก็คงจะผิดหวังไปบ้าง เพราะทางค่ายหนังพยายามจะนำเสนอตัวละครเจ้าเม่น เฮดจ์ฮ้อก ในฉบับของพวกเขาเอง โดยอ้างอิงจากวีดีโอเกมให้น้อยมากที่สุด

แถมมุกตลกส่วนใหญ่ก็ดูเหมือนจะมาช้าไปน้อย อาจเป็นผลการนำตัวละครกลับไปแก้ไขตั้งแต่แรก ในเรื่องมีการล้อเลียนหนังหลายเรื่อง โดยเฉพาะฉากล้อเลี่ยน วิน ดีเซล จากในภาพยนตร์เรื่อง The Fast and the Furious สำหรับแฟนเกมก็อย่าเพิ่งน้อยใจไป หลังจากหนังได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เจ้าเม่นของเราก็ค่อยๆ ปล่อยของออกมาช้าๆ โดยเฉพาะพลังประจำตัวของเขาเอง เช่น การใช้พลังในการหยุดเวลา หรือแม้แต่วายร้ายอย่าง ดร.โรบอทนิก ที่เป็นนักวางแผนสุดประหลาดเปรื่องที่คอยหาทางตามล่าเจ้าเม่นของเรา

น่าเสียดายที่เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง มันอาจกลายเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จมาก แทนที่จะพาเจ้าเม่นมายังโลกมนุษย์แต่นำเสนอโลกของเขาแทนดีกว่า อย่างไรก็ตามหนังเรื่องนี้ก็ยังถือว่าทำออกมาได้ดีตามที่ต้องคนได้คาดหวังเอาไว้ โดยเฉพาะการทำให้ตัวละครอย่าง ‘เฮดจ์ฮ็อก’ กลายเป็นที่โปรดปรานของเด็กทั่วโลกได้ในที่สุด

Sonic-the-Hedgehog

เบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์ Sonic the Hedgehog

หนังมีแผนการสร้างมาตั้งแต่ปี 1990 แล้ว น่าเสียดายที่มันไม่ได้ออกไปไกลกว่านั้น จนกระทั่งบริษัท Sony Pictures ได้สิทธิ์ในการทำภาพยนตร์ในปี 2013 ด้วยการทำงานร่วมกับบริษัท Sega Sammy ซึ่งฟาวเลอร์ได้เข้ามากำกับในปี 2016 หลังจากทาง Sony ได้นำโปรเจคเข้าในโครงการ Turnaround ซึ่งทาง Paramount Pictures ก็ได้มาร่วมทุนในปี 2007 โดยเริ่มแคสนักแสดงกันในปี 2018 เริ่มถ่ายในช่วงเดือนตุลาคมในแวนคูเวอร์ หลังจากได้ปล่อยตัวอย่างออกมาในปี 2019 ทำให้มีกระแสตีกลับอย่างมาก จนสุดท้ายต้องยอมกลับไปออกแบบตัวละครใหม่ ทำให้เลื่อนฉายภาพยนตร์ไปนานถึง 3 เดือน

ภาพยนตร์เรื่อง Sonic the Hedgehog ได้ฉายวันแรกวันที่ 25 มกราคม 2020 ได้รับกระแสตอบรับอย่างท่วมท้น โดยเฉพาะการออกแบบตัวละครใหม่ ภาพยนตร์ได้ทำรายได้สูงสุดทุบสถิติภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากวีดีโอเกม และสามารถทำรายได้ไปทั้งหมด 306 ล้านเหรียญสหรัฐ กลายเป็นหนังที่ทำรายได้มากที่สุดอันดับสองในปี 2020 รวมไปถึงภาพยนตร์จากวิดีโอเกมที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา